Edit ขอบคุณน้องเอ็มมากๆเลยค่ะที่เข้ามาบอกเรื่องข้อสอบปีนี้ ^^
ตามมาเป็นหมอให้ได้เน้ออ
ข้อสอบความถนัดแพทย์ปี 2550 ตัดส่วนที่เป็นความจำออกนะคะ
***************************************
..สอบไปตั้งกะปีที่แล้ว จนปีนี้เค้าจะสอบแล้วเพิ่งมาคิดทำ กร๊ากกก
(โดนเหล่าน้องๆที่จะสอบในปีนี้รุมกระทืบ)
ปีนี้สอบ 11 พ.ย.ใช่มั้ย
แอ่ก มาช้าๆดีกว่าไม่มานะจ๊ะ = 3=
*เอ็นทรี่นี้ขอเรียกตัวเองว่าพี่ละกันนะคะ อยากเขียนเรื่องข้อสอบแพทย์ไว้ เผื่อน้องๆที่จะสอบความถนัดได้เข้ามาอ่านเป็นข้อมูล*
เข้าเรื่องดีกว่า(คนอ่าน : ดี ตูเห็นไร้สาระมาตลอดอ่ะ-*-)
***************************************
แนะนำตัวก่อนละกัน พี่เป็นนศพ. ศิริราชรุ่น 118 ตอนนี้เรียนอยู่ ปี 1(เรียกว่าเป็น นศพ.ได้ยังหว่า บ๊ะช่างเต๊อะ) ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ศิริราชได้จัดงานโร้ดโชว์ แนะนำคณะของเรากับน้องๆที่โรงเรียนต่างๆที่สนใจจะเข้ามาศึกษาต่อ
ส่วนมากน้องๆก็มักจะถามถึงเรื่องข้อสอบความถนัดแพทย์กัน ว่ามันออกอะไร ยังไง
ขอเขียนถึงข้อสอบปีที่พี่สอบ
ข้อสอบความถนัดแพทย์จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนโดย
ส่วนที่ 1 วัด IQ
ส่วนที่ 2 วัดความจำ
ส่วนที่ 3 วัดการเชื่อมโยงเหตุผล + วิเคราะห์นิดหน่อย
ส่วนที่ 4 วัดจริยธรรม
จะมีจุดแฝงที่ข้อสอบวัดคือส่วนที่ 2 กับส่วนที่ 3 วัดการตัดสินใจ บางคนอาจจะงงว่าวัดยังไง ลองอ่านรายละเอียดดูนะ
***************************************
ส่วนที่ 1 IQ
ข้อสอบส่วนนี้จะคล้ายๆความถนัดครู หรือตอน ป.6 ถ้าน้องๆเคยลองสอบเข้าโรงเรียนสาธิตดู ก็จะมีแนวข้อสอบแบบนี้(ตอนสอบเข้า ม.1 ร.ร.รัฐบาลของพี่ก็ใช้ข้อสอบแบบนี้ ไม่แน่ใจว่าระยะหลังเปลี่ยนแปลงยังไง) เรียกว่าข้อสอบ SAT ...มั้ง =[]=
ตัวอย่างข้อสอบ *หมายเหตุ ของจริงยากกว่านี้*
อนุกรมคณิตศาสตร์ เช่น
2 8 18 32 50 ....
เป็นอนุกรม 2*(n2) ตอบ 72
การเชื่อมโยงรูปภาพ
จะเป็นแนวๆให้รูปมา แล้วถามว่ารูปไหนไม่เข้าพวก
ให้รูป 3 มิติพลิกไปพลิกมา แล้วถามว่ารูปไหนไม่ใช่รูปเดียวกับรูปอื่น
ลองดูตัวอย่างจากที่นี่นะ Vcharkarn หน้า 9-10
แล้วก็มีเรื่องการใช้ภาษา การให้เหตุผลนิดหน่อย
ส่วนนี้คิดว่าลองหาข้อสอบแนวๆนี้มาทำ หรือลองทำพวก IQ test ดูก็ได้
***************************************
ส่วนที่ 2 ความจำ
ตรงนี้เป็นการอ่านจับใจความ
ส่วนนี้เค้าจะให้เราอ่านหนังสือ 1 เล่ม อย่าตกใจไป เล่มเล็กๆประมาณ 3-5 หน้า A4 ให้เวลาอ่านประมาณ 20 นาที แล้วเค้าจะเก็บไป อีก 15 นาทีค่อยให้ทำข้อสอบ
ตัวข้อสอบจะให้ตอบข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องที่ให้เราอ่านไป เพราะฉะนั้นตั้งสมาธิดีๆแล้วอ่านดีๆล่ะ
(แหงเด่ะ เค้าคงจะถามเรื่องอื่นหรอกม้าง)
ตรงส่วนข้อสอบนี้อยากให้อ่านโจทย์ดีๆ(สงสัยจะทำมาดักคนที่ลุยเลยไม่อ่ายโจทย์ - -") เพราะปีพี่โจทย์บอกว่า อาจมีคำตอบที่ถูกต้องมากกว่า 1 ข้อ บางคนตัดสินใจตอบไปข้อเดียว บางคนตัดสินใจตอบทุกข้อตามที่เห็นว่าถูก
ปรากฏว่าจริงๆเค้าให้ตอบทุกข้อที่ถูกนะ
แต่เห็นอย่างนี้น้องอย่าใช้วิธีกามันหมดล่ะ เพราะถ้าตอบผิดเค้าหักคะแนนนะเออ
***************************************
ส่วนที่ 3 การเชื่อมโยงเหตุผล
ให้เขียน Mind Mapping จากเรื่องที่อ่าน โดยเค้าจะกำหนดคำสำคัญไว้ เมื่อเขียน Map เสร็จแล้วเราต้องตอบโดยใช้รหัสตอบ ข้อสอบจะกำหนดรหัสมาให้ ลองดูตัวอย่างนะ
คนที่อดอาหารเช้าบ่อยๆจะอ้วนง่ายกว่าคนที่กินอาหารเช้าประจำ เนื่องจากร่างกายจะสงวนพลังงานโดยการลดอัตราการเผาผลาญลง เพื่อให้มีพลังงานและสารอาหารใช้ได้ทั้ง 24 ชั่วโมง ร่างกายจึงเก็บสะสมพลังงานในรูปไขมันอย่างเต็มที่ และการงดอาหารเช้ายังทำให้หลั่งสารในสมองกระตุ้นให้อยากกินโดยไม่รู้ตัว เรียกว่าอาการกินกลางคืน เริ่มกินกลางวันแล้วจะกินไม่หยุดจนกระทั่งเข้านอน
บทความจาก thaihealth
การเขียนแผนภาพ
เส้นเชื่อม แสดงรายละเอียด ข้อมูลเพิ่มเติม หรือ หัวข้อย่อยที่แยกจากหัวข้อใหญ่
เส้นเชื่อมมีลูกศร แสดงเหตการณ์เกิดก่อน - หลัง โดยหัวลูกศรชี้เหตการณ์ที่เกิดหลัง หรือ แสดงเหตุผล โดยลูกศรชี้ผล
จากเรื่อง จะเขียนแผนภาพได้ประมาณนี้
เสร็จแล้วเราต้องเอาแผนภาพไปเขียนเป็นรหัส สมมติว่ากำหนดงี้นะ
ข้อความที่เป็นหัวเรื่อง ให้ใช้รหัส A00
ข้อความที่ไม่มีข้อความอื่นต่อท้าย ให้ใช้รหัส J99
ข้อความที่เชื่อมด้วยเส้นเชื่อมมีลูกศร ข้อความที่ไม่มีปลายลูกศรให้ใช้รหัส B ตามด้วยหมายเลขข้อความที่อยู่ปลายลูกศร และข้อความอยู่ปลายลูกศรใช้ C ตามด้วยหมายเลขข้อความที่ไม่มีปลายลูกศร
ข้อความที่เชื่อมด้วยเส้นเชื่อม ใช้รหัส D ตามด้วยหมายเลขข้อความที่มันเชื่อมโยงด้วย
งงมะ... เออ จริงๆเค้าคงกำหนดให้อ่านรู้เรื่องกว่านี้ แต่พี่จำไม่ได้ เอาแบบกำหนดเองไปนะ ลองดูตัวอย่างแล้วกัน จะเข้าใจ
หมายเลขของข้อความ จะเป็นหมายเลขตามข้อ เค้าจะกำหนดข้อมาให้ สมมตินะ
01 คนที่อดอาหารเช้าบ่อยๆจะอ้วนง่าย
02 ร่างกายจะสงวนพลังงาน
03 เก็บสะสมพลังงานในรูปไขมันอย่างเต็มที่
04 การงดอาหารเช้า
05 อาการกินกลางคืน
06 เริ่มกินกลางวันแล้วจะกินไม่หยุดจนกระทั่งเข้านอน
จะได้คำตอบแต่ละข้ออย่างนี้
01 J99 C02 C05
02 B01 C04 D03
03 D02 J99
04 A00 B02 B05
05 B01 C04 D06
06 D05 J99
เป็นประมาณนี้แหละ(ผิดหรือเปล่าไม่รู้ ถ้าผิดก็บอกได้นะ)
ข้อสอบจริงๆยาวมาก ประมาณ 20 หัวข้อที่ให้เขียนเป็น Mapping อ่านโจทย์ดีๆนะ จะมีตัวอย่างให้ดูเหมือนกัน ดูรหัส วิเคราะห์ความเชื่อมโยงดีๆก็ทำได้ ไม่ยากมากหรอก
ส่วนนี้หลายๆโรงเรียนมีคนทำได้เต็ม และก็เป็นส่วนที่มีคนทำได้ศูนย์เยอะที่สุดในทุกๆส่วน ลองถามดูมันบอกว่าคิดว่าเป็นข้อสอบวัดใจ เลยไม่ทำ - -" มันไม่ใช่นะน้อง ไม่ช่ายยยย
***************************************
ส่วนที่ 4 จริยธรรม
เป็นคำถามวัดจริยธรรม มีทั้งจริธรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงจรรยาบรรณแพทย์เลยล่ะ
ตัวอย่างคำถาม เท่าที่จำได้(จำคำตอบไม่ได้ มันยาวมาก มี 5 ตัวเลือก)
คุณกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ แล้วผู้หญิงข้างๆก็พูดขึ้นมา(เหมือนในโฆษนา)ว่า "เราไม่รู้จักกันมาก่อน แล้วคุณมาทำร้านฉันทำไม" คุณจะ....
คุณเห็นเด็กมาขายพวงมาลัยตาม 4 แยกไฟแดงยามรถติด คุณจะ...(ซื้อ ไม่ซื้อ เพราะอะไร)
คุณเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายกำลังนั่งรถโดยสารประจำทางไปสยาม คุณเห็นหญิงชราขึ้นมาบนรถ ไม่มีใครสละที่นั่งให้เลย คุณจะ... (สละ ไม่สละที่ เพราะอะไร)
เตียงคนไข้ในโรงพยาบาลมีไม่พอ และมีคนมีเงินคนหนึ่งนอนอยู่ในโรงพยาบาลทั้งๆที่หายป่วยแล้ว คุณจะ...(ให้ออก ไม่ให้ออก เพราะอะไร)
เพื่อนของคุณฝากให้คุณเข้าเวรแทน เพราะจะไปเดตกับสาว คุณจะ...
.
.
โจทย์พี่แอบใส่ไข่ไปนิดหน่อย แต่ก็ราวๆนี้แหละ
พี่เองก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามแบบไหนเหมือนกัน แต่คิดว่าไม่ควรตอบดีเวอร์ หรือเลวเวอร์เกินไป เพราะเพื่อนที่ตอบแบบคนดีมากกก ได้คะแนน 50 กว่าๆ ส่วนพี่ตอบตามใจตัวเองไป ได้มา 70 กว่าๆน่ะ = ="
ข้อสอบส่วนที่เป็นจรรยาบรรณแพทย์ ไม่ต้องไปซีเรียสกับมันมากหรอก พี่เรียนมาตั้ง 4 เดือนแล้ว ยังไม่เข้าใจจรรยาบรรณแพทย์เลยแม้แต่นิดเดียว ตอบไปตามปกติน่ะแหละ (ตอนนี้รู้แต่คำปฏิญาณหมอInW ที่ใครทำได้จะเป็นสุดยอดหมอ)
(คำถามเรื่องหมอๆ จะไปเจออีกทีตอนสอบสัมภาษณ์ ของศิริราชนะ ที่อื่นไม่แน่ใจ อาจารย์เค้าจะดูว่าเราโลเลรึเปล่า จิตใจเข้มแข็งไหม คิดว่าไม่เกี่ยวกับจะหลุดสัมภาษณ์)
***************************************
ส่วนคนที่สงสัยว่าจะเป็นต้องไปเรียนพิเศษไหม
พี่ว่ามันไม่มีความจำเป็นนะ ความถนัดแพทย์เป็นข้อสอบแบบที่ใช้ประสบการณ์จากชีวิตมาทำได้ ไม่ต้องพึ่งติวเตอร์เลย ถ้าไม่สบายใจ แบบจะสอบแล้วไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย เพื่อนพี่แนะนำให้หาหนังสือหลายๆประเภทมาอ่าน ลองอ่านจับใจความ ดูเหตุผลเอา หรือไม่ก็หาข้อสอบความถนัด abtitude test มาทำเล่นๆก็ได้
อีกนิด เท่าที่สอบไป เค้าไม่ออกความรู้ด้านวิชาชีพแพทย์หรือการปฐมพยาบาลเลย คิดว่าไม่จำเป็นต้องดูไป(แต่ใครไม่สบายใจอยากดูก็ตามใจ)
เห็นว่าปีนี้เหลือข้อสอบอยู่ 3 ส่วน คิดว่าน่าจะตัดส่วนที่เป็นวัด IQ ออกนะ (ไม่แน่ใจเหมือนกัน =w=)
ขอจบการรีวิวแค่นี้นะ หวังว่ามันคงจะเป็นประโยชน์กับน้องๆที่อยากเข้าแพทย์และทันตแพทย์บ้าง ใครมีอะไรสงสัย อยากถามเพิ่มเติม อยากบ่น อยากระบาย (จะสอบแล้วววว อ่านไม่จบ/แฟนทิ้ง ไม่มีสมาธิ เรื่องมันเศร้า) อะไรอย่างนี้ก็เมล์มาหาได้นะจ๊ะ
kudou_hikaru24@yahoo.in.th ยินดีรับฟังทุกปัญหา ยกเว้นปรึกษาเรื่องเงินน ช๊อต TwT (จะมีคนเมล์หา ? ดีแต่ทำเป็นเล่น-*-)
คราวหน้ารีวิวข้อสอบ O-net A-net ดีมั้ยเง้อ(แต่คิดว่าน่าจะหาข้อสอบเก่าได้ง่ายๆนะ)
***************************************
มุม Reply (มันว่าง)
กวงคุง
จริงๆถ้าอยากเรียนก็ลองสอบดูได้นะคะ เชียร์ ^^ ม.ปลายเรียนๆไปอาจจะไม่ยากอย่างที่คิดก็ได้ เพิ่งขึ้น ม.4 เองใช่ไหมคะ =w=
ไว้หาข้อสอบเก่าๆได้จะลองมารีวิวดูจ้า
องค์ชายริว
เป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ
บลาบลาซัง
อ่านหนังสือไว้ก่อนเป็นการเตรียพร้อมที่ดีมากๆเลยจ้า ทำให้ได้นะ
ปี 1 ยังเรียนไม่หนักหรอกค่ะ ศิริราชปี 1 มีแต่คนน้ำหนักขึ้นนะ(ฮา)
นานะซัง
ปีต่อไปอาจจะเปลี่ยนก็ได้ค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน
(จะว่าไปอยากลองสมัครสอบของปีนี้ดูแหะ)
เซ็น~~~
เราก็คิดถึงงงง TT^TT
ป.ล.จริงๆเราอาจจะอธิบายไม่รู้เรื่องก็ได้นะ (ฮา)
น้องเรน
อย่ากลุ้มๆ ยิ่งกลุ่มยิ่งเสียสมาธินะคะ อ่านจับใจความต้องการสมาธิอย่างแรง =A=!! นั่งสมาธิก่อนสอบช่วยได้นะ
ก่อนสอบพักผ่อนเยอะๆด้วยล่ะ
อ่านแล้วมีประโยชน์คนเขียนก็ดีใจ~~~
เรื่องรหัสพี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ต้องอ่านคำสั่งดีๆน่ะค่ะว่าเค้าให้ตอบแบบเรียงตัวอักษรรึเปล่า ถ้าไม่ได้สั่ง ไม่เรียงก็ได้ค่ะไม่เป็นไร
แต่เพื่อความสบายใจ เรียงไว้ก่อนดีกว่านะ ^^
Gunzo
สวัสดีค่า เดี๋ยวตามไป add ด้วยนะคะ
thedoctorwearsprada
ขอบคุณค่า
ตอบต่อ น้องเรน^^
ตอนพี่เตรียมตัว พี่ไม่รู้ว่าข้อสอบมันจะออกมาแนวไหน ก็เลยอ่านพวกวิชาทางวิทยาศาสตร์ไปน่ะค่ะ ปรากฏว่ามันไม่ได้ออกอะไรที่เป็นความรู้ด้านนั้นเลย (แต่คงได้ประโยชน์เรื่องจับใจความนะ)อ่านฟิคก็ช่วยได้นะ แต่โดจินนี่ไม่แน่ใจเหมือนกัน(ฮา)
ถ้าว่างๆลองหาหนังสือหลายๆประเภทอ่านดูก็ได้ แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
Amily
ดีใจที่เป็นประโยชน์จ้า
ไม่ยากเกินความสามารถหรอกค่ะ
Jin
พี่เป็นกำลังใจให้นะ ตอนสอบ A-net เขาพี่ยังงอกถึงเพดานเลย T^T เรื่องอ่านไม่ทันทุกคนก็เป็นเหมือนกันแหละ จะรู้สึกว่าอ่านเท่าไหร่ก็อ่านไม่จบ อย่าไปเครียดๆ ทำสุดความสามารถเราก็สู้เค้าได้อยู่แล้ว ^^
ลองทำ Mind Map จากเรื่องอื่นๆดูก็ได้นะ
No-r
พี่คิดว่าการไปติวไม่จำเป็นนะ เพราะข้อสอบแบบนี้ ถ้าคนที่ทำได้ ไม่ต้องไปติวมันก็ทำได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ถึงไปติวมันก็ช่วยไม่ได้มากน่ะค่ะ แต่คนใหญ่จะทำได้กันนะ
คุณภูภู่ พี่เก็น พี่ฟ่าง
จริงๆมันไม่ยากอย่างที่คิดนะคะ =w=
เราอาจจะพิมพ์ไม่รู้เรื่องเอง สงสารน้องๆยิ่งนัก
เซฟคุง
สู้ๆนะคะ
คะแนนตรงนี้เป็นส่วนช่วยเยอะเหมือนกัน
ปีนี้พี่คิดว่าเค้าเอาส่วน IQ ออกนะ เท่าที่อ่านจากเวป กสพท เห็นว่าจะทดสอบความสามารถในการจับใจความ(ส่วน 2) การคิดวิเพราะห์เชื่อมโยงเหตุผล(ส่วน 3) และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ(ส่วน 4)
ความจำส่วนใหญ่จะได้คะแนนดีกันนะคะ ไม่ยากมากหรอก อ่านดีๆมีสมาธิก็ทำได้แหละ
mind map ควรจะร่างก่อน ไม่งั้นอาจจะสับสนได้ค่ะ ตอนปีของพี่เค้าให้เวลา 1 ชม. 30 นาทีค่ะ แบ่งเวลาดีๆก็โอเคนะ อย่าลน แล้วก็อ่านโจทย์ดีๆนะ
พี่อยู่เตรียมพัฒน์น่ะค่ะ ^^
น้องตัวเล็ก
(กร๊ากกก พี่ก็ตัวเล็กนะ)
บทความอิสระเลยจ้า แล้วแต่ชอบนะ อ่านจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ หรือพวกนิตยสารก็ได้ พี่อ่าน National Geographic แล้วก็ชอบอ่านพวกนิตยสารอาหารเพื่อนสุขภาพอ่ะค่ะ
เตรียมพัฒน์ ศิริราชก็ไปโร้ดโชว์นะ ได้เข้าฟังมั้ย พี่ชื่อกั้งจ้า
หนังสือแนะนำว่าอ่านตามที่สนใจจะดีกว่า หรืออ่านหนังสือเรียนเอาก็ได้ แล้วลองเอามาทำ mind map ดู(สนับสนุนวิชาชีวะ เนื้อหาเยอะโคดด~~)
mail มาหาเมล์ที่ให้ไว้ข้างบนก็ได้จ้า
เจ๊บี
สาระมันก็ต้องมีมั่งสิ(ฮา)
edit @ 20 Oct 2007 20:14:05 by Nagi
edit @ 21 Oct 2007 21:15:44 by Nagi
edit @ 22 Oct 2007 11:16:21 by Nagi
edit @ 23 Oct 2007 12:16:05 by Nagi
edit @ 27 Nov 2007 00:04:37 by Nagi
อืมมมม เพิ่งรู้ว่าข้อสอบเป็นงี้
(ปาดเหงื่อ)