ถึงท่านผู้ที่รอลุ้นทั้งหลาย เอ็นทรี่นี้ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ (เดาผิดกันหมดเลยล่ะสิ) แต่คิดว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ม.ปลายบ้าง เลยอยากให้คาเอาไว้เฉยๆ
กลับมาอีกครั้งกับ Entry ที่มาสาระของเรา (นานปีทีหนจะมีสักที) เย้ๆๆ
รีบเข้าเรื่องเถอะ ก่อนมันจะออกทะเลไปไกล
ว่าจะเขียนให้มันสมบูรณ์แบบกว่านี้ แต่ยังหาข้อมูล A-Net ปีที่แล้วไม่ได้ มันไม่มีให้โหลด จะให้ดู A-Net ประจำปีการศึกษา 2548 น้องก็อาจจะประมาทข้อสอบไป (ปี 49 ยากกว่ามากๆ โดยเฉพาะเลข) ส่วนวิชาภาษาไทย-สังคมพี่ก็ไม่ถนัดเอาซะเลย ถ้าอัพช้าๆก็กลัวว่ามันจะสายไปซะอีกแน่ะ
เดี๋ยวจะค่อยๆอัพเพิ่มเรื่อยๆ เผื่อรุ่นน้องปีต่อๆไปด้วย คงได้อัพความถนัดวิศวกรรมก่อน เพราะได้ไปสอบมาเหมือนกัน ส่วนวิชาอื่นๆพี่จะลองถามเพื่อนๆดูนะ
**********************************************
เอ็นทรี่นี้เขียนไว้เป็นกลยุทธ์ในการเตรียมลับฝีมือฝึกปรือพลังยุทธ์(?)ทำข้อสอบ A-Net นะคะ เจ้าของบล็อคเองก็มีบางวิชาที่ไม่ถนัดอยู่เหมือนกัน หลักๆเลยมันจะเป็นแนวของคนเข้าสายวิทย์นะ (แต่สายศิลป์ก็ประยุกต์ได้จ้า)
A-Net ครั้งนี้(สอบในปี พ.ศ.2551) เป็นครั้งที่ 3 ยังเป็นแค่ครั้งแรกๆ แต่ผู้ออกข้อสอบก็เป็นคนอออกข้อสอบเอ็นทร้านซ์หน้าเก่าๆเดิมๆ แน่นอนว่ามันยากกว่า A-Net ครั้งแรกมาก อิจฉาคนสอบ A-Net ครั้งแรกสุดจริงๆ(พี่สอบครั้งที่สอง TT TT)
เอ็นทรี่นี้จะแบ่งเป็น
Tip การอ่านหนังสือ
Tip การหัดทำข้อสอบเก่า
Tip ข้อสอบ A Net
-
คณิตศาสตร์
-
ชีววิทยา
-
เคมี
-
ฟิสิกส์
-
ภาษาอังกฤษ
-
ไทย*
-
สังคม*
* Under Construction(มีงี้ด้วยเร้ออ)ต่อไปในอนาคตน่าจะมีความถนัดอื่นๆด้วย
อื่นๆ จิปาถะ
**********************************************
Tip การอ่านหนังสือเพื่อเตรียมทำข้อสอบ
*อ่านหนังสืออย่างมีสมาธิให้ได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง (2 ช.ม.เป็นเวลาสอบมาตรฐาน) ได้ 3 ช.ม. ยิ่งแจ๋ว
*ไม่ควรอ่านไปกินไป ไม่ควรนั่งอ่านหน้า T.V. เครื่องเกม เครื่องดนตรี คอมพิวเตอร์ ใกล้หนังสือการ์ตูน(อันนี้หลายๆคนคงรู้ว่าดี แต่มักไม่ทำ)
*ควรทำสรุป แปะไว้ในห้องน้ำ หน้าเตียง หน้าเครื่องเกม หน้าตู้เสื้อผ้า เพื่อจะได้เห็นมันบ่อยๆ(อันนี้พี่ไม่ได้ทำ แต่เพื่อนทำและมันบอกว่าได้ผลดี)
ไม่ต้องอายพ่อแม่หรอกน้อง มันดีกว่าเสียเวลาเอ็นท์ใหม่อีกปี (หรือสำหรับคนที่ใช้แต่ O-Net คือเสียโอกาศทั้งชีวิตเลยนะ)
*เห็นอะไรในชีวิตประจำวันกรุณานึกไปถึงบทเรียน เช่นเวลาเปิดไฟนึกถึงกำลังไฟฟ้า ความสว่าง อาบน้ำนึกถึง คลื่น แรงลอยตัว เห็นต้นไม้นึกถึง Path Way สังเคราะห์แสง เห็นพลาสติกนึกถึงพอลิเมอร์ เป็นต้น
ไม่ต้องกลัวว่าใครเค้าจะว่าหมกมุ่นหรอก ไม่ใช่เรื่องเสียหายนี่ ท่องไว้ว่าครั้งเดียวในชีวิต
**********************************************
พี่แน่ใจว่าจนมาถึงตอนนี้ น้องๆม.6ที่กำลังจะเผชิญหน้าการสอบ Admission คงอ่านหนังสือกันมาจนเปื่อย เรียนกวดวิชากันจนหัวผุ ความรู้แน่นปั๋งแล้วใช่ป่ะ ?
อ่านจนไม่รู้จะอ่านอะไรแล้ว จะเน้นตรงไหนดี เยอะค่อดดด ไม่รู้ว่าจะท่องอะไรดี มันมีทางสวรรค์พระเจ้าสรรค์สร้างอยู่ทางหนึ่งค่ะ นั่นก็คือ
ข้อสอบเอ็นทรานส์เก่า นั่นเองเองเองเอง!!!
(หรือเอ็น สะท้านนนนน)
หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ไอ้พวกรวมข้อสอบเก่า 10 ปี 20 ปีอะไรนั่นแหล่ะค่ะ ซื้อมาลองทำดูซะ(ไม่อยากบอกสำนักพิมพ์ เค้าไม่ได้ให้ค่าโฆษนา ....เอ้ยยไม่ใช่)
ข้อสอบเอ็นทรานซ์นั้น ใช้ได้ดีในกรณีที่
1. อ่านหนังสือปรุหมดแล้ว ทำดูเพื่อที่จะได้รู้จุดด้อยของตัวเองว่าตรงไหนไม่แม่น ยังทำได้ไม่ดีพอ จะได้กลับไปปรับปรุงตัวเพื่อเอาคะแนนท็อปประเทศ
2. ยังไม่ได้อ่าน/อ่านแล้วจำไม่ได้ เพื่อที่จะรู้แนวทางการออกข้อสอบ ดูว่าข้อสอบมันออกอะไร ออกตรงไหนเยอะ ตรงไหนพอที่เราสามารถจำได้และทำโจทย์ได้มากที่สุดภายในเวลาที่เหลือ
คือคนเราน่ะถ้าทำผิดแล้วค่อยมารู้ทีหลังจะจำได้ดีกว่าท่องจำแบบทำธรรมดา ในเวลาน้อยๆใช้วิธีนี้จะได้ผลดี(พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองสิคะ) เพราะงั้นถ้าน้องทำผิดไปแล้วเนี่ย ก็จะได้จำไปจนวันสอบแอดมิชชั่นเลย (ใครจะจำนานกว่านั้นก็ตามเสบย)
สรุปว่ามันแจ่มมากเลยค่ะ ใช้ได้กับทุกคนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย(สอบเข้า ม.1อ่านมันคงจะมีประโยชน์ล่ะแม่คุณ)
บางคนอาจจะถามว่าอ่าวสอบแอดมิชชั่น ทำทำไมข้อสอบเอ็นท์ฯ คืองี้ อ.ที่ออกข้อสอบ A-net ก็เป็นคนที่ออกข้อสอบเอ็นท์ฯค่ะ เพราะงั้นอ่านไปเท้ออ เชื่อพี่
Tip เวลาทำข้อสอบเก่า มันมีข้อควรปฏิบัติดังนี้(อันนี้พี่คิดเอาเองว่ามันดีนะ น้องๆควรพิจารณา)
จริงๆแล้วการทำแบบฝึกหัดอื่นๆก็ควรใช้หลักนี้เช่นกันนะน้อง
1. ห้-า-ม ทำข้อสอบไปเปิดดูเฉลยไปเป็นอันขาด หัวเด็ดตีนขาดก็ห้ามเปิดเฉลยจนกว่าจะทำเสร็จ
2. กรุณา อ-ย่-า-เ-ด-า อย่างเวลาเห็นโจทย์เลข/ฟิสิกส์ให้ลองนึกถึงสูตรดูก่อน ไม่ใช่เห็นแล้วทำไม่ได้ ไม่เอาเดาเลย ไม่ดี!!!
3. เวลาทำควรจับเวลา 2 ช.ม. เท่าที่เค้ากำหนดให้ในการสอบจริง จะได้เป็นการฝึกและรับมือกับความเครียดเรื่องเวลาไปในตัว ถึงทำได้ 100 เต็มแต่ใช้วเลา 2 วันมันก็ไม่มีประโยชน์นะ!!!
4. ทำเสร็จแล้วตรวจดูเฉลย ถ้าข้อไหนทำไม่ได้ ไม่เข้าใจให้ปฏิบัติดังนี้
4.1 วิชาคำนวณ
* ลองดูคอนเซปต์คร่าวๆของโจทย์ก่อน ว่าคิดยังไง อย่าเพิ่งอ่านละเอียดมาก
* กลับไปทำโจทย์นั้นดูเอง
* ถ้ายังทำไม่ได้ กลับมาอ่านเฉลยอย่างละเอียด
* กลับไปทำโจทย์อีกรอบ *ห้ามดูเฉลยไป ทำโจทย์ไป มันไม่ช่วยอะไรมากนัก*
* ไปอ่านหนังสือ ทฤษฏีเรื่องนี้อีกสักรอบ และหาโจทย์ทำเพิ่มเติม
4.2 วิชาท่องจำ
* อ่านเฉลยให้ละเอียด
* กลับไปทบทวนหนังสือในหัวข้อนี้
*.ทำโน้ตเรื่องนี้เพิ่มเติม
** ถ้าเป็นภาษาอังกฤษให้ดูคำศัพท์ด้วย**
5. กลับไปอ่านหนังสือตรงที่คิดว่าสำคัญ
6. ลุยข้อสอบอีกรอบ ตั้งเป้าที่คะแนนที่สูงกว่าเดิม (แต่ตอนพี่ทำเลข คะแนนมันลดลงเรื่อยๆ พอสอบจริงคะแนนต่ำสุดในทุกๆรอบ TT TT)
**********************************************
พูดถึงภาพรวมไปแล้ว เรามาดูกันทีละวิชามั่ง
คณิตศาสตร์
วิชาสุดโปรดของหลายๆคน และสุดแขยงของหลายๆคนเช่นเดียวกัน (ฮา)
ถ้าใครได้ดูข้อสอบเก่า เปลียบเทียบ A-Net ปี 48 กับปี 49 จะเห็นว่าเลขอัพความโหดขึ้นมามหาศาล ย-า-ก-น-ร-ก ซึ่งพี่ก็คิดว่าปีนี้คงไม่ง่ายลงจากปีที่แล้วสักเท่าไหร่ (ขออภัยหากมันเป็นการบั่นทอนกำลังใจ =A=")
แล้วจะทำยังไงกับไอ้วิชาสุดตรีนนี้ดี ?
คือ ถึงมันจะยาก แต่ก็ห้ามตัดทิ้งนะน้อง สำคัญมากๆเลยนะเนี่ย
เรื่องที่น้องควรจะเข้าใจและทำโจทย์ได้จะมี
*จำนวนจริง ฟังก์ชั่น เซต ตรีโกณมิติ ลอกการิทึ่มกับเอ็กซ์โปเนนเชียล พวกนี้เป็นเรื่องที่เค้าชอบเอาไปออกปนกันเรื่องอื่นมากกก เป็นเรื่องพื้นฐานที่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะทำความเข้าใจ เพราะถ้าเค้าออกปนกัน เช่น แก้สมการตรีโกณออกมาหาสมาชิกในเซตเนี่ย เดี๋ยวจะหนาว (พวกนี้เจอบ่อยๆด้วยนะ)
*ภาคตัดกรวย แคลคูลัส ทฤษฏีกราฟเบื้องต้น กับไอ้เรื่องอะไรซักอย่างที่มันวาดกราฟตัดกันแล้วหาค่าสูงสุดต่ำสุดเวลาทำธุรกิจเทือกๆนี้อ่ะ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ง่าย อืม อ่านไม่ผิดหรอก เพราะในระดับ ม.ปลายเรื่องพวกนี้จะไม่ค่อยประยุกต์มาก
ภาคตัดกรวย อันนี้มันขึ้นกับอารมณ์คนออก บางทีก็ออกแบบประยุกต์ยากมาก แต่บางปีก็ออกง่าย วาดรูปแล้วกำหนดจุดดีๆช่วยได้เยอะเหมือนกันนะ (เช่น ออกสมการวงกลมมา เอาจุดมาสร้างสามเหลี่ยม แล้วถามพื้นที่สามเหลี่ยมอ่ะ)
แคลนี่มาเจอในมหาลัยแล้วจะหนาว T T ส่วนสองเรื่องหลังเป็นเรื่องใหม่ โจทย์ประยุกต์ยากๆจะยังไม่ค่อยมี โจทย์มักจะง่าย
เรื่องที่คงจะตัดได้ คือ
*จำนวนเชิงซ้อน แมททริกซ์ และเวกเตอร์ 3 เรื่องนี้ไม่ค่อยเอาไปประยุกต์รวมกับเรื่องอื่น(และมักจะออกปนกันเอง) และ ในความรู้สึกของพี่ มันออก ย-า-ก-โ-ค-ด-ๆ TT TT
แต่แล้วแต่นะ ถ้าใครถนัดก็เชิญ = 3=
เรื่องอื่นตามสบายเหอะ (ไอ้เรื่องที่ควรจะทำได้มันล่อไปเยอะแล้วแหะ ถ้าทำได้จะดีมากๆเลยนะคะ)
หัดจำโจทย์เยอะๆ ดูทฤษฎีพื้นฐานให้แม่นๆ เลขเป็นวิชาที่มีคนทำได้เต็มทุกปี ไม่เกินความสามารถเราหรอกถ้าเราพยายาม(มากพอ =x=")
เวลาทำสอบจริงๆ อยากให้น้องได้อ่านโจทย์หมดทุกข้อ ถ้าเจอโจทย์ที่อ่านไม่รู้เรื่องให้ข้ามไปทำข้อที่ทำได้ก่อน เพราะอาจจะมีข้อง่ายๆอยู่ข้างหลัง พอทำหมดแล้วค่อยกลับมาดูข้อที่เราติด ขัดอย่าทู่ซี้ทำแบบถึกๆ คิดไม่ออกก็นั่งคิดต่อไป แบ่งเวลาดีๆ
*หมายเหตุ* ถ้ามันติดเยอะมากก็ไม่ต้องตกใจไป เรื่องปกตินะน้อง คนที่ทำได้สบายๆนี่เทพเกิ๊นน เลขได้เกิน 50 ก็สุดยอดแล้วล่ะ เกิน 80 นี่เข้าขั้นยอดมนุษย์
ปีที่พี่สอบ ข้อสอบส่วนอัตนัยมันง่ายกว่าปรนัยมากๆ ลองทำอัตนัยดูก่อนก็ได้นะ เผื่อมันจะมาแนวเดิม
วิทยาศาสตร์
น้องยังโชคดีอยู่ ที่วิทยาศาสตร์ยังไม่ได้แตกเป็น 3 ตัวเหมือนเดิม เพราะถ้าแตกออกมาเป็น 3 ตัว น้องจะเจอข้อสอบอัตนัยเคมีปราบเซียน ลองไปดูข้อสอบเอ็นท์เคมีส่วนอัตนัยดูนะ จะเห็นว่ามันยากมากๆ และพอเอามารวม 3 วิชา 3 ช.ม. ภาพรวมของแต่ละวิชามันง่ายลงจากเอ็นทร้านซ์
ทำข้อสอบวิทยาศาสตร์ต้องแบ่งเวลาให้ดีๆ ตอนพี่สอบเค้าจะแจกข้อสอบมา 3 วิชาพร้อมกัน พอครบ 1 ช.ม.จะเก็บทีละวิชาโดยเก็บ ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ตามลำดับ คือเค้าไม่ได้บังคับให้ทำชีวะก่อน ถ้าน้องเปรี้ยวน้องจะทำฟิสิกส์ก่อนก็ตามสบายนะ(แต่ไม่แนะนำ)
แต่เก็บข้อสอบแบบนี้ก็เป็นการช่วยเหมือนกัน เพราะชีวะไม่มีคำนวณ วิเคราะห์ก็ไม่เยอะ ถ้าข้อไหนไม่รู้ จำไม่ได้ก็มักจะเหลือแค่การเดา คนเลยมักจะทำส่วนชีวะเสร็จก่อนเวลากำหนด มันจะเหลือเวลามาโปะให้เคมีกับฟิสิกส์(ลองเก็บเคมีวิชาแรกสิ หนาวกันเป็นแถบแหง)
จริงๆพี่อยากให้แตกวิทยาศาสตร์ออกมานะ เพราะมันจะได้ออกครอบคลุมเนื้อหามากกว่า และบางคนที่ถนัดวิทย์บางวิชาจะได้เอาคะแนนตรงนี้ไปซัดคนอื่นได้เต็มๆ (อย่างคนจะสอบวิศวะ ให้เค้าสอบชีวะทำไมล่ะ จริงไหม)
ทีนี้ลองดูวิทยาศาสตร์รายตัวมั่ง
ชีววิทยา
ส่วนใหญ่คนมักจะชอบวิชานี้ แต่ อย่าหาว่าโหดร้ายเลยน้อง มันยากค่อดดด ออกละเอียดค่อดดดดด จำไม่เห็นได้เลย(เว้ยยย)ค่ะ
คือ มันจะชอบออกแบบผสมรวมหลายๆบทรวมกัน เช่นถามว่า เบต้าเซลล์ในตับอ่อน ควรมีออร์แกเนลล์ชนิดใดมาก น้องก็ต้องรู้ว่าเบต้าเซลล์ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนอะไร เป็นสารประเภทใด โปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน คอเลสเตอรอล แล้วก็ออร์แกเนลล์ไหนทำหน้าที่สร้างสารชนิดไหน ..เห็นมั้ยว่าน้องต้องแม่นหลายบทถึงจะตอบได้
อันนี้คงแนะนำอะไรไม่ได้มาก มันก็ได้แต่จำ จำ จำ และจำ ถ้าน้องไปเรียนกับอาจารย์ อ. ชื่อดังก็คงจะได้แนวๆมา
ดูพวกกระบานการต่างๆ เช่นการหายใจ การสังเคราะห์แสงให้ดีๆ ออกทุกปี ชอบถามมากว่าสาร Cx ที่ผ่านการกระบวนการ... จะได้กี่ ATP
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต(พวกคิงด้อมที่ท่องกันหัวบวมอ่ะแหละ)ไม่ค่อยออกอะไร มันจะถามวิวัฒนาการของระบบมากกว่า
ขอผ่านละกัน จะโหดไปป่าวถ้าบอกว่าให้อ่านมันให้หมดอ่ะ = =" ดูแนวจากข้อสอบเก่าเอานะ
เคมี
อันนี้หลายๆคนก็คงได้เรียนกับอาจารย์ อ. ชื่อดัง(อีกแล้ว)
ออกมันหมดทั้งคำนวณและเคมีบรรยาย ความยากระดับกลาง น้อยกว่าชีววิทยา แต่ไม่ง่ายนะจ๊ะ
เคมีเป็นวิชาที่ง่ายตรงที่ถ้าเรารู้หลักการของมัน ก็จะทำโจทย์ได้ โดยโจทย์มันไม่คิดลึกพิศดารแก้สมการเยอะแยะแบบฟิสิกส์ ไม่ต้องท่องจนอ้วกแบบชีวะ แต่ถ้าไม่รู้หลักก็จอด
ส่วนเคมีที่มีการคำนวณ เช่น อัตราการเกิดปฏิกิริยา สมคุล กรด-เบส ไฟฟ้าเคมี มันจะเป็นบทที่มีหลักการนิดหน่อย ถ้าเข้าใจแล้วจะทำโจทย์ได้ทุกรูปแบบ แถมไม่ต้องจำมากด้วย ลองทำโจทย์เยอะๆแล้วจับหลักเอาเอง มันจะจำแม่นกว่าให้คนอื่นบอกเลยน่ะ
อ่านหนังสือแล้วจำหลักการให้ได้ Tip คือต้องอ่านแล้วพยายามหาเหตุผลคิดตามไปด้วย อย่างสมบัติของธาตุตามตารางธาตุ เข้าใจแล้วจะง่ายมาก ส่วนเคมีอินทรีย์... คงต้องจำๆไปแหละ ออกเยอะด้วย ดูปฏิกิริยาที่ใช้แยกสารดีๆ แต่สมบัติของพอลิเมอร์นี่ถ้าไม่ได้คิดจะเอาท็อปประเทศ ตัดๆไปก็ได้มั้ง = ="
ฟิสิกส์
เป็นวิชาที่มีจำนวนเด็กสายวิทย์เกลียดมากที่สุด วิทยาศาตร์ผสมคำนวณคณิตศาสตร์ จะยากไปไหน ยากสุดๆ ยากได้อีก ยากพระเจ้า ทุกคนคิดอย่างนี้ใช่ไหม
จะเชื่อไหมถ้าพี่จะบอกว่ามันเป็นวิชาที่ง่าย และทำคะแนนเหยียบคนอื่นได้ง่ายที่สุดในวิทยาศาสตร์ 3 วิชา เพราะคนส่วนใหญ่ทิ้ง
ข้อสอบออกตรงโคตรๆ บางข้อนี่เรียกว่าถ้าจำสูตรได้ก็ทำได้เลย ที่ประยุกต์มากๆจะมี กฏของนิวตัน ของเหลว วงจรกระแสตรง กราฟการเคลื่อนที่ก็ชอบออก
ไฟฟ้ากระแสสลับที่หลายคนเกลียดนักเกลียดหนาก็ชอบออกโจทย์แบบตรงสูตรไม่ไหวแล้วมาให้ทำ
และก็จะมีฟิสิกส์บรรยายออกมาทดสอบนิยามเราเล่น (...แต่ไอ้นี่แหละตัวยาก T T)
Tip คือเวลาอ่านโจทย์ต้องรู้ก่อนว่าเป็นเรื่องไหน แล้วควรใช้สูตรอะไรในเรื่องนั้น
เวลาท่องสูตรก็ต้องระวังเรื่องการกำหนดเครื่องหมายด้วย ดูให้ดีๆนะ เช่น ถ้าโยนวัตถุขึ้นฟ้า หาเวลาที่เคลื่อนที่จนตก ถ้าแทน u เป็นบวก แล้วแทนความเร่ง g เป็นบวกอีกก็คงจะหาคำตอบไม่ได้อ่ะน้อง
ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ แล้วทำใจให้รักมันซะ เดี๋ยวก็ทำได้เองแหละ
อัตนัยส่วนใหญ่เป็นฟิสิกส์นะ
ภาษาอังกฤษ
A-Net ภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่โหดร้ายมาก คือเค้าให้ Reading เยอะ ไม่รู้กี่เรื่อง แต่คิดเป็นคะแนนประมาณ 60% (รวม Cloze Test) เยอะมากๆ อ่านตาลายเลยทีเดียว
ที่โหดเข้าไปอีกคือจะมี Part Speed Reading ซึ่งเค้าจะไม่บอกนะว่านี่ Speed แต่จะจัดมาเลย ปีพี่เป็น Passage 3 หน้า และตามด้วยคำถาม
Tip
Readind Comprehension ให้อ่านคำถามก่อนแล้วค่อยไปอ่าน Passage เวลาอ่านถ้าไม่รู้เรื่องให้หาประธาน-กริยาของประโยคก่อน แล้วค่อยๆแกะไป ถ้าเป็น Speed Readind คำถามมันจะง่ายๆ แต่ Reading จริงๆจะยาก จะถามให้อ่านแล้วคิดมากกว่า ถ้าเจอเรื่องยาวเวอร์ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า Speed Reading
Error Check ...ไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่า แต่ใน O Net มีแน่ มันมักจะผิดเรื่องหน้าที่ของคำ เช่น หลัง According to ต้องเป็น Noun หรือหน้า of ต้องเป็น Noun แต่ใส่อย่างอื่นมา แล้วก็พวก Pararelle เช่น ...... And ...... หน้าหลังต้องเป็นคำชนิดเดียวกัน
Conversation ส่วนใหญ่จะง่าย ถ้าดูหลังฟังเพลงบ่อย ...แต่ถ้าใกล้สอบแล้วไม่แนะนำให้ทำ-*- ดูข้อสอบเก่าเอานะ สำนวนบางอันก็ออกซ้ำ
Grammar .....อันนี้ช่วยยาก อาศัยเจอบ่อยๆก็จำได้ คงต้องท่องๆไปอ่ะ
สังคม
....อันนี้ไม่สันทัด หาสรุปดีๆเอาละกันน้อง คิดว่าหลายๆคนคงได้เรียนกับอาจารย์ ป.ชื่อดัง หรือถ้าไม่ได้เรียนสมุดเลคเชอร์ของเพื่อน ยืมมาซีรอกซ์น่าจะพอช่วยได้มั่ง
อีกทางนึงก็ ตอนช่วงที่พี่สอบ UBC มันมีถ่ายทอดการสอนค่าย Brand Summer Camp พี่ก็ฟังสรุปสังคมที่เค้าสอนเอา ก็พอโอเคนะน้อง เพราะตอนนั้นพี่อ่านไม่ทันจริงๆ ลองหาข้อมูลดูนะว่ามันมีวันไหน ช่องอะไร กี่โมง
แต่ถ้าจะเอาคะแนนดีๆเลยก็คงต้องขยันอ่านมานานพอสมควรเหมือนกัน T T
ภาษาไทย
.....ไม่สันทัดอีกแหล่ว แนะนำให้ทำเหมือนสังคม T T
ขอติดสองวิชาสุดท้ายไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะลองขอคำปรึกษาจากผู้สันทัดกรณีดู
**********************************************
อื่นๆ จิปาถะ
1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม เอาไปเผื่อๆด้วยนะ ฝนๆอยู่แล้วดินสอหัก/ไส้หมดจะซวยเอา
2. ไปทำบุญตามวิธีของศาสนาตัวเอง ...คือไม่ได้บอกให้งมงายนะน้อง แต่มันจะช่วยให้ใจสงบลงได้บ้าง ยิ่งใกล้ๆสอบโดยเฉพาะวันสอบเนี่ย ส่วนใหญ่นอนไม่หลับกันหรอก ทำแบบนี้จะได้สบายใจขึ้น
3. อย่า กินอาหารแปลกๆ หรืออาหารที่เสี่ยงต่อการท้องเสีย ติดเชื้อ อาหารเป็นพิษเด็ดขาด ช่วงนั้นอากาศมันร้อน อาหารเสียเร็ว ระวังตัว รักษาสุขภาพด้วยล่ะ ไม่สบายจนสอบไม่ติดก็มีมาแล้วนะ
5. ควรไปก่อนเวลาสอบอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เผื่อเวลารถติดด้วย เวลาหาห้องสอบจะได้ไม่พานิคมาก
6. เข้าห้องสอบไปแล้วถ้าตื่นเต้นมากให้นั่งสมาธิซัก 5 นาที ก่อนที่เค้าจะแจกข้อสอบ+ให้ทำข้อสอบ
7. ไม่ว่าข้อสอบมันจะโหดหินพิศดาร ทำไม่ได้ซักขนาดไหนอย่าแสดงความพานิคออกมาทางสีหน้า ให้อมยิ้มนิดๆเข้าไว้ ออกจากห้องสอบก็ยิ้มนิดๆ(แบบดูมั่นใจๆหน่อยๆอ่ะ) เป็นการเล่นสงครามจิตวิทยาตัดกำลังใจคน
....แล้วค่อยกลับไปพานิคที่ลับตาคน = =a
**********************************************
อืม ก็คงมีราวๆนี้แหละที่เป็น Tip เล็กๆน้อยๆที่อยากแบ่งปัน ถ้ามีอะไรพี่จะมา Edit เพิ่มนะ ขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะคะ ถ้ามันเป็นประโยชน์กับน้องๆบ้าง พี่จะดีใจมากๆเลย
ถ้ามีข้อสงสัยอะไร โพสต์ถามได้นะคะ จะตอบให้ทุกคนเลย แต่ถามโจทย์ยากๆพี่ก็ไม่เก่งพอที่จะตอบได้นะ T T ถ้าถามมาพี่จะช่วยหาคำตอบนะคะ
อยากโพสต์พวกวิชาความถนัดอื่นๆเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะสอบกันไปหมดตั้งกะเดือนตุลาแหล่ว เดี๋ยวขอพี่หาข้อมูล จะโพสต์ให้น้องที่สอบในปีถัดไปนะคะ ขอโทษน้องๆที่สอบปีนี้ด้วย
สำหรับคนที่อยากจะแบ่งปันเพื่อนๆ เชิญเลยจ้า แต่แบบ เร็วหน่อยก็ดีนะ อย่ากระหน่ำเข้ามาดูตอนวันสุดท้ายก่อนสอบล่ะ เดี๋ยวมันจะสายเกินไป(นี่ก็สายพอแล้ว =A=")
รุ่นพี่ที่สอบแล้วทั้งหลาย ใครมีข้อแนะนำวิชาไหนเพิ่มเติมก็ช่วยๆกันโพสต์ได้น้า~~ เพื่อรุ่นน้องของหมู่เฮา เฮ(อะไร ?)
**********************************************
สุดท้ายนี้ อยากจะบอกน้องๆว่าการเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ความสำเร็จสูงสุดของชีวิต ในบางสาขาอาชีพ เราไม่จำเป็นต้องเรียนถึงขั้นมหาวิทยาลัยก็สามารถประสบความสำเร็จในวิชาชีพนั้นๆได้ พี่อยากให้น้องๆคิดถึงอาชีพที่ตัวเองอยากทำให้ดีๆและเลือกทิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองนะ(แต่ถ้าคิดว่าใช่แล้วเข้าไปแล้วมันไม่ใช่ ก็เลือกใหม่ แต่อย่าบ่อยนักล่ะ เวลามันมีค่ามากนะน้อง)
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าวิชาชีพที่น้องอยากทำจริงๆจำเป็นต้องเรียนมหาวิทยาลัย แล้วน้องพลาดไปในปีนี้ ถ้าคิดว่ายังพอไหว พยายามใหม่ในปีหน้าก็ยังได้
รักตัวเอง รักชีวิตให้มากๆ อย่าทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะสอบไม่ติดแล้วเที่ยวประชดชีวิต ทำตัวเหลวแหลก หรือทำลายชีวิตที่พ่อแม่ให้มาและเลี้ยงดูจนโต ห้ามทำเด็ดขาด โอกาศยังมีเสมอ สำหรับคนที่มีความพยายาม
ท้อได้ แต่อย่าถอย สู้ๆนะ จะคอยเป็นกำลังใจให้
อ้อ อย่างสุดท้ายที่อยากจะบอกน้องๆ สำคัญมากเลยนะ
Tip ถ้าอ่านหน้านี้จบควรปิดคอมซะ แล้วไปอ่านหนังสือได้แล้ว
**********************************************
ANS =w=
พี่บี mutsuki
จริงๆพอใกล้สอบแล้ว มันต้องหากลยุทธทุกวิถีทางมาสู้แหละ ทำเยอะ เหนื่อย แต่ผลที่ได้ก็พอใจ
(ยกเว้นเลข โคตรทุ่ม แต่ได้แค่..... TT TT)
แต่ไทยกับสังคมกั้งโยนทิ้งเลยนะ เข้าไปมั่วมากๆ
รอเลี้ยงนะคะ =w=(เลว)
Straycat
สู้ๆนะคะ อีกหนึ่งปี ถ้าเรายิ่งเตรียมตัวเร็วก็ยิ่งดีนะคะ
ถ้าเราเตรียมตัวมาดีๆ สอบโควต้าก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้ค่ะ
Materia Hunter
ขอให้โชคดีนะคะ วิชาทางสายภาษามันต้องท่องจำเยอะ เอ็นทรี่นี้คงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ T T
แต่ภาษาไทยใช้ข้อสอบเก่าก็ได้ผลค่ะ
พี่ Eguana
ขอบคุณในคำอวยพร แต่ขอเปลี่ยนเป็นขอให้สูงขึ้นได้ไหมคะ(ก๊ากกก)
ข้อ 7 นั่นจริงจังนะเออ เคยถูกคนใช้มาก่อนแล้ว รู้ตัวดีเลยว่ากำลังใจหดหายมาก
ไอ้พวกออกมาหน้าห้องสอบแล้วโม้ว่ารู้เข้าๆนั่นแหละ
Jin
ฟังก์ชันสำคัญมากโคตร(ไซโค) พยายามทำความเข้าใจให้ได้ล่ะ
ไฟมอดมาเปิดอ่านดูก็ได้จ้า แต่อย่ามอดบ่อยๆล่ะ = =
เซฟคุง
ยากแต่ไม่เกินความสามารถหรอก แต่อย่าประมาท อย่าขี้เกียจก็พอไหวแหละ
สู้ๆนะ มาเป็นหมอให้ได้นะคะ
คุณฮาโอ
ตอนนี้ราเองก็เกือบๆแล้วล่ะค่ะ แต่ดีที่มันยังพอมีเลขให้เรียนในปี 1 บ้าง
...เรื่องใน ม.ปลายลืมไปเกือบหมดแล้ว
พี่ทามะ
มันร้ายกาจ และได้ผลจริงๆนะ คอนเฟิร์ม
MinJae
ยินดีจ้า หวังว่ามันจะประโยชน์มั่งนะ
คุณ Dark kun, Meiji, มิราช
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมนะคะ น้องๆคนไทยสอบไทย - สังคม ไปอ่านคำแนะนำของทั้งสามท่านได้นะคะ #13-#16 ค่า
YunHO
เวลาที่เราอ่านแล้วจำได้ดีของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนะ ถ้าอ่านตี 4 แล้วไม่หลับ จำได้ก็ทำเถอะ
กินเจแล้ว ก็ขอให้เดาถูกนะคะ ^^
namxxx
ช่วง ม.6 ก็อย่างนี้แหละ เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป
ยินดีที่ช่วยให้น้องมีกำลังใจอ่านหนังสือมากขึ้นนะคะ
Pekokochi
เรียนสายวิทย์มาพี่ว่า O-Net เลขกับวิทยาศาตร์น่าจะทำได้นะ ไม่ยากอะไรมาก ข้อสอบโอเน็ตของปี 48 กะ 49 ไม่แตกต่างกันมาก ภาษาอังกฤษยาก ต้องแน่นจริงๆๆแหละถึงจะทำได้ ไทยกับสังคมอ่านหนังสือคอร์สเทอร์โบของ อาจารย์ ป. ชื่อดังก็ทำได้นะ ไม่ได้เรียนลองขอเพื่อนที่เรียนซีรอกซ์ดู
อันนี้ข้อสอบ O-Net ปี 48-49 ลองทำๆดูแล้วดูจุดบกพรอ่งตัวเองก่อน ค่อยกลับไปอ่านหนังสือก็ได้จ้า
ปี 48
ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ปี 49
ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
Credit http://www.niets.or.th/
ป.ล. มันไม่มีเฉลยอ่ะ T T
[ Sai ];charot
วิธีเลือกทางเดินให้เด็ดขาด มันยากมากเลยนะ พี่คิดว่ามีไม่กี่คนหรอกที่เลือกเรียนได้ตรงกับความชอบของตัวเอง
บางครั้งไอ้เรื่องที่เราทำได้ดีเราอาจจะไม่ชอบก็ได้ซะอีกแน่ะ
ส่วนมากเพื่อนพี่เค้าก็เลือกไปตามวิชาที่ตัวเองถนัด อย่างเก่งเลข+ฟิสิกส์ก็เรียนวิศวะ(เข้าไปในมหาลัยจริงๆมันก็ไม่เหมือนเดิมนะ) หรือสวยๆหน้าตาดีๆก็ไปเรียนนิเทศ = ="(เกี่ยวไหม ?)
ถ้าจะให้แนะนำก็คือต้องรู้ว่าอยากเป็นอะไร อยากทำงานแบบไหน มีความฝันยังไง แล้วก็ต้องคิดดูด้วยว่ามันจะเป็นจริงได้ขนาดไหน สำหรับความสามารถเราและสถานการณ์ในปัจจุบัน
อย่างพี่อ่ะ พี่อยากเป็นนักวิจัย แต่จะเรียนวิทยาศาสตร์ไปเลยในบ้านเราก็ไม่รุ่งเท่าไหร่ เรียนทางนาโนก็ต้องใช้ทุนเยอะ ก็เลยมาเรียนหมอแทน หาทุนง่ายกว่า งานวิจัยทางการแพทย์มันก็มีอะไรน่าทำอยู่อีกเยอะ
ก็ลองคิดดูว่าอยากทำงานอะไร แล้วก็ลองถามคนที่มีประสบการณ์ทำงานนั้นๆดูนะ
พยายามเข้าล่ะ ^^
edit @ 26 Feb 2008 15:26:37 by Nagi
)แต่เอนทรีนี้สุดยอดไปเลยค่ะ อ่านแล้วมีกำลังใจอ่านหนังสือยังไงไม่รู้ >w< เป็นพวกเห็นคณิตกับฟิสิกส์แล้วใกล้ตายเหมือนกัน ทำข้อสอบเก่าแล้วชอบนั่งดูเฉลย (ไม่ก็มั่วเอาซะงั้น)ไม่ดีจริงๆ แต่เพื่ออนาคตคราวนี้ก็จะสู้ๆ ค่ะ ^^
เหมาะกับภาวะเร่งสปีดสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัย